วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2555

บทกวีการเมือง ของ อังคาร กัลยาณพงศ์

ทหารหาญเห่ากู้ เอกราช
        ทหารหาญเห่ากู้             เอกราช
สละชาติเพื่อชีพทาส             ไพร่แม้ว
บรรพบุรุษนั่นวิปลาส              วินาศเปล่า อยุธยา
ปู่ญ่า*อกสะอึกแล้ว                นิ่งสะอื้นอกาลิโก ฯ


เสียเอกราชระยะสั้นโศกซึ้งอนันตกาล
      
       อู่ตะเภาเมาฝรั่งร้าย           อเมริกาโกง กินแล
หลงฝรั่งส้นเท้าโยง                  ป่าช้า
สยามชาติไม่เห็นโลง               ไม่หลั่ง น้ำตา
ผวาอย่างเวียตกงกล้า              ต่อสู้สยดสยองฯ
      
        ปฐมกัลป์ตั้งแต่ตั้ง            ชาติไทย มานา
แม้วชั่วอุบาทว์จัญไร                ยิ่งแล้ว
นำแดงดิ่งชิงชัย                       ประโยชน์ ตนแล
ตนยิ่งใหญ่เพริศแพร้ว              แต่บ้าสารเลวฯ
      
        อู่ตะเภาฝรั่งเช่าซื้อ          ปูแสม มันเอย
ฝรั่งอร่อยปูลอยแพ                  แม่หม้าย
ปัญญาปู่นิ่มแฉ                        แบไข่ คาวนา
ฝรั่งใส่ตัณหาร้าย                     เร่งเอื้องพรหมจรรย์ ฯ
      
        สวรรค์ยอดหญ้าฝรั่งค้า    สมองปู แสมแล
แดงเรื่อนำปลางู                      โง่รั้น
สยามชาติน่าอดสู                     เกีรยติยศ
หมดเอกราชระยะสั้น               โศกซึ้งอนันตกาล ฯ
      
        ทหารอย่าหาญเห่ากู้         อยุธยา ฮะฮา
รบพม่าให้เสียหมา                    โรคเรื้อน
อเมริกาด่าทาสผวา                   กินต่อ ไปนา
งบรบพบสนิมเปื้อน                   เน่าสิ้นวิญญาณฯ


แม้วทำทุกอย่างมล้างชาติ
        ทักษิณสิ้นสุดท้าย          ที่โลง สัจจแล
เงินล่อปรโลกโกง                   ป่าช้า
ทรัพย์สินซ่อนขุดโพรง           ฝังเพชร ทอง K.
พรางเลห์ขี้เรื่้อนบ้า                 เห่ากู้อยุธยา ฯ
* (เล่นละคร)
        มารยารักชาติใช้             ปวงชน งั่งแฮ
แท้เพ่งประโยชน์ตน               เท่านั้น
ควายแดงต่างสับสน               เซ่อซ่า
แดกหญ้าไม่อั้น                      โง่รั้นไถ่นาฯ
      
        แม้วทำทุกอย่างมล้าง    สยามชาติ
โลภเก่งโกงอำนาจ                ชั่วร้าย
แม้วหมายเบ่งระบอบอุบาทว์ โกงชาติ
ขายเอกราชง่ายได้                อยู่ใต้ตีนเขมรฯ
      
        อู่ตะเภาเหมาชาติให้      อมริกา หงส์ฤๅ
งานเผด็จการรัฐสภา              ทาสแม้ว
ขยันทำเรื่องปรารถนา            นรกต่ำ
ขายชาติเอกราชแล้ว             ชั่วล้ำสยามสยอง
      
        อู่ตะเภาเหมาชาติให้       พาสปอร์ต อธรรมฤๅ
ทำเพื่อแม้วอยู่รอด                  เท่านั้น
ขบถโคตรงั่งหน้าถอด-            สีสัน เสียวแล
เลือดต่ำระยำไม่อั้น                 โง่รั้นอวิชชา


เมตตา กรุณา ช่วยกู้โลกมนุษย์

๑       โอ้เวรกรรมชี้นำดีระงับได้                       ด้วยการไม่จองเวรกรรมซ้ำ
เมตตา กรุณาแท้กระทำนำ                              ดอกไม้หอมน้อมให้ทุกหัวใจ ฯ
๒       อกุศลผลกลขยะปฏิกูล                          มิควรสูญจากใจมนุษย์หรือไฉน
สุคันธไมตรีจิตรกายสิทธิชัย                            อย่าแล้งหายไปจากใจคน ฯ
๓       อำมหิตจิตรสมัยคือไฟทุกข์                   จะเกษมสุขโลกไซร้สุดสับสน
สติปัญญาแห่งหล้าอย่าอับจน                          พึงเพ่งผลเลอเลิศเถิดโลกเอย ฯ
๔       สงครามห่ามร้ายวิบัติคือมัจจุราช            พึงเลิกเด็ดขาดเถอะโลกเหวย
เพลิงนิวเคลียร์ฤทธิ์ร้ายฤาเคย                          เสวยดั่งน้ำใสชื่นใจเย็น ฯ
๕      ขอมบุราณชาติปราชญ์เก่งศาสตร์ศิลป์    เรียนแตกฉานสิ้นลึกซึ่งจึ่งจะเห็น
ค่ามนุษย์อย่าผิดคิดตรงประเด็น                       เป็นใหญ่อย่างดินฟ้ามหาสมุทรไท ฯ
๖      ทางช้างเผือกถ้าเล็กเล่ห์กะลา                 จะอุ้มเดือนดาวทั่วฟ้าได้ไฉน
โพธิสัตว์ประเสริฐเลิศดวงใจ ให้แบบอย่างสร้างผลึกเพชรวิญญาณ ฯ
๗      เกียรติยศมนุษย์แท้สถิตย์ดวงจิตร           คิดนฤมิตเพื่อโลกสุขเกษมศานต์
เมตตา กรุณากันทั่วจักรวาล                              ให้ยุคมนุษย์นานกว่าดิรัจฉานเทอญ ฯ


มวยผีในปรโลก
      
       ๑ ผีบังงั่งกราดเกรี้ยว       ทักษิณ สางแล
ปรโลกสองมลทิน                   ชั่วช้า
สองสู้มู่ทู่ทมิฬ                         หินชาติ อนาถนา
อาละวาดสองผีบ้า                  กี่ฟ้าปรองดอง ฯ

๒ แม้วถองบังคลั่งกริ้ว      ทักษิณ ถีบแล
ปรโลกมวยผีทมิฬ            มั่วปล้ำ
จระเข้ฟาดหางศิลป์          บังเซ่อ ซึมแฮ
แม้วต่อยคางบังซ้ำ           ย่ำหน้าบังสยอง ฯ

๓ สองผีต่างต่อสู้             ปรโลก สนั่นแล
เสนาะข่าวคาวมะเร็งโรค ชั่วร้าย
ผีงมโง่อับโชค                 หลงเชื่อ แม้วนา
สองคลั่งพยาบาทไซร้     งั่งไข้อวิชชา ฯ

๔ สุนัขกลอนหอนเห่าแห้    สองผี
กลอนด่าหมาเสียดสี           เสน่ห์พลิ้ว
โหยหวนอย่างดนตรี           ผรุสวาท ฉกาจแล
เลือดต่ำมัจจุราชหิ้ว            ลิ่วห้วงอเวจี ฯ

๕ สองผีอึงมี่ร้อง             ปรองดอง ดังฤา
ยมทูตสั่งทุบถอง            ไม่อั้น
ด้วยพิษกรดไฟตะบอง    หลังเน่า เหม็นนา
แม้วงั่งบังโง่รั้น                ร่ำไห้สยดสยอง ฯ



      

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น